New Document









ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย chadada » 23 เม.ย. 2009, 18:24

เนื่องจากปีนี้ได้มีผู้สอบใบประกอบโรคศิลป์ตกเป็นจำนวนมาก
อยากให้สภาเพิ่มการสอบใบประกอบโรคศิลป์เป็น 3 ครั้งอย่างที่เคยทำมา
เพราะการที่เด็กไม่มีใบประกอบโรคศิลป์เหมือนเป็นการตัดอนาคตเด็กได้
และการที่เด็กสอบไม่ผ่านไม่ใช่ว่าเด็กไม่มีความรู้ ความสามารถ แต่อาจเกิดปัจจัยอื่น
ขอสภาได้โปรดเห็นใจ
chadada
 
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ธ.ค. 2008, 18:46







Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย Se7olution » 23 เม.ย. 2009, 23:12

ขอร่วมด้วยครับ อยากให้เพิ่มจำนวนครั้งสอบ และขอให้ลดค่าสอบด้วย กรุณาเห็นใจรุ่นน้องเภสัชกร นะครับ และก็มีอีกปัญหาเรื่องการฝนรหัสผิด มีเพื่อนจำนวนมากที่ฝนรหัสผิด แต่คะแนนผ่าน ขอให้ช่วยพิจารณาให้พวกเขาผ่านด้วยได้หรือป่าวครับ ในเมื่อสุดท้ายก็หาตัวเจอว่าเป็นของใคร โปรดเข้าใจว่า ณ. ตอนนั้นมันมีแรงกดดัน และความตื่นเต้น ช่วยพิจารณาด้วย อย่าตัดโอกาสพวกเขาเลย โปรดพิจารณาอีกครั้งนะครับ ขอบคุณครับ ใจเขา ใจเรา
Se7olution
 
โพสต์: 54
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 01:20

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย chadada » 24 เม.ย. 2009, 10:28

เลข 79 กับ 80 ดูเหมือนไม่ต่างกัน
แต่หนูเป็นคนหนึ่งที่สอบได้คะแนน 79 และถูกคำตัดสินอนาคตด้วยการไม่ผ่านใบประกอบ
และคิดว่าคงมีคนอื่นอีกมากมายที่เป็นอย่างนี้
แต่ยังไงขอให้สภาโปรดเห็นใจอนาคตเภสัชกรรุ่นน้องอีกหลายคนที่เป็นอย่างนี้
เพิ่มรอบการสอบใบประกอบเถอะค่ะ
ปีนี้ข้อสอบก็ยาก เศรษฐกิจก็แย่ หางานก็ยาก
อนาคตของคนอีกหลายคนอยู่ในมือคณะกรรมการสภานะค่ะ
chadada
 
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ธ.ค. 2008, 18:46

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย kendoth » 24 เม.ย. 2009, 22:30

เห็นใจด้วยครับ
ไม่ต้องนานเกินไป รีบจัดสอบ พอดีเวลาอ่านหนังสือหรือเตรียมตัวใหม่ จะได้ไม่เสียโอกาสในชีวิตครับ
ปล.ผมก็เป็นเภสัชกรเถื่อนคนหนึ่ง
kendoth
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 เม.ย. 2009, 22:02

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย joeinoui » 24 เม.ย. 2009, 23:20

เหอๆๆๆผม MCQ 75 ก็น่าจะ OK นะ แต่ OSPE 77 ขาดไป 3 คะแนน ช่างน่าเศร้าอะไรอย่างนี้เมื่อรู้ว่าอีกชาตินึงถึงจะได้มีโอกาสสอบใหม่ และจะได้ไม่ถูกที่ทำงานหลายๆที่ดูถูก และ เอาเปรียบเรื่องค่าเหนื่อย สภาเห็นใจผู้ที่ไม่ผ่านด้วยครับ สอบ 3 รอบเถอะ 2 รอบมันน้อยไปครับ ฮื่อๆๆเศร้า ไม่รู้จาพึ่งใครแล้ว ชีวิตช่างเลวร้ายT_T
joeinoui
 
โพสต์: 145
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 13:38
ที่อยู่: เขตดินแดง กรุงเทพฯ

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย sanji » 24 เม.ย. 2009, 23:25

อันนี้ก็เห็นด้วยนะ ที่จะจัดสอบปีละสามครั้ง เพราะว่าที่อ่านๆมา จะได้ไม่ลืมงัย แต่ถ้าสอบแค่ปีละสองครั้ง สอบครั้งแรกไม่ผ่าน รออีกประมาณหกเดือนมาสอบครั้งที่สอง กลัวคะแนนครั้งสองจะน้อยกว่าครั้งแรกอีกอ่ะดิเพราะว่ามันนานเกินไปลืมหมด :eek: ยังงัยสภาช่วยพิจารณาด้วยครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
sanji
 
โพสต์: 23
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 21:07

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย sanji » 24 เม.ย. 2009, 23:37

มีใครทราบบ้างครับว่าถ้าผมอยากรู้ว่า การสอบครั้งนี้มีผู้สอบกี่คน ผ่านกี่คน ผ่าน MCQ กี่คน ผ่าน OSPE กี่คน ผมพอจะหาดูได้ที่ไหน เห็นใน web ของสภามีบอกแค่ว่าสอบผ่านกี่คน เพื่อนคนไหนรู้หรือมีข้อมูลช่วย post ข้อมูลหน่อยครับ ขอบคุณล่วงหน้าขอรับ :mrgreen:
ภาพประจำตัวสมาชิก
sanji
 
โพสต์: 23
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 21:07

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย joeinoui » 25 เม.ย. 2009, 00:22

ปีละ 3 ครั้งเถอะเห็นใจเด็กตาดำๆที่ขาด OSPE ไป 3 คะแนน เศร้า!! ค่าจ้างน้อยไปเดือนละเกือบ 10,000 ที่ำทำงานผมนะ น่าเสียดายเงินเนอะ ต้องทนไปอีกตั้งครึ่งปี เฮ้อๆๆๆเศร้า จามีใครมาเห็นใจมั๊ยครับ
joeinoui
 
โพสต์: 145
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 13:38
ที่อยู่: เขตดินแดง กรุงเทพฯ

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย Augmentin » 26 เม.ย. 2009, 01:45

ใจเย็นๆครับ ผมเองก็เห็นใจผู้ที่ไม่ผ่านเหมือนกัน แต่ผมอยากให้น้องๆเพื่อนๆพี่ๆ ลองคิดพิจารณาดูอีกที ว่าการที่เรียกร้องให้สอบ 3 ครั้ง คิดดีแล้วหรือยัง เพราะอะไรที่ผมออกมาเตือนสติอย่างนี้
1. การที่สอบ 3 ครั้ง/ปี นั่นแสดงว่า อีกประมาณ 2-3 เดือน ข้างหน้าคุณจะต้องสอบอีกครั้ง คุณมีเวลาเตรียมตัว เตรียมพร้อมมาดีหรือยัง เพราะว่า ที่ผ่านมาสภาเภสัชกรรมได้ให้เวลาคุณเตรียมตัวมานานแล้ว และที่คุณบอกว่าสอบเร็วๆจะได้ไม่ลืม (นี่คือเหตุผลหลักหรือปล่าวครับที่อ้างว่ากลัวลืม) และในชีวิตจริง ถ้าผู้ป่วยหรือบุคลากรการแพทย์มาถามเรื่องเกี่ยวกับยา คุณจะกล้าบอกเหรอว่าลืม เพราะว่าจบมานานแล้วเลยไม่รู้ และที่บอกว่าสภาให้เวลาคุณเตรียมตัวมานานแล้ว โดยสภาเภสัชกรรมให้คุณเตรียมตัวมา 5 ปี หรือบางรายอาจจะ 6 ปี คุณยังไม่พร้อม แล้วนี่คุณมีเวลาเพียงแค่ 2-3 เดือน คุณจะมั่นใจหรือว่าคุณพร้อมที่จะสอบ และที่สำคัญสภาไม่ได้กลัวจนนะครับ สภาเภสัชเราได้เงินอุดหนุนมาจากที่อื่นๆอีก ไม่ได้มาจากเงินสมัครสอบของพวกคุณเลย รวมทั้งเงินเดือนก็เป็นเงินเดือนภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินสมัครสอบของพวกคุณ ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดครับ จากนั้นต่อมาพิจารณาข้อ 2 ต่อ
2. ถ้าคุณสอบผ่าน ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของคุณครับที่พวกคุณเตรียมตัวมาพร้อมดีมาก แต่ถ้าคุณสอบไม่ผ่านก้อจะวนกลับมาอีหรอบเดิมอีก คือ พวกคุณก็ออกมาโวยวายว่า สภากลั่นแกล้ง สภาออกข้อสอบยาก สภาออกข้อสอบกำกวม หรือแม้กระทั่งข้อสอบรั่ว เพียงเพื่อเรียกร้องขอคะแนนเพิ่ม หรือหวังข้อคะแนนฟรี ทั้งๆที่ความจริงก็คือ พวกคุณยังเตรียมตัวไม่พร้อมไม่ดีพอนั่นเอง
และเรื่องนี้ทางสภาเองก็ได้เคยพิจารณาแล้วโดยการจัดให้มีการสอบ 3 ครั้ง พบว่า นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่มีเวลาเตรียมตัวในการสอบไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ผลการสอบพบว่า เปอร์เซนต์ผู้ที่สอบผ่านน้อยมากๆๆๆๆๆๆ ดังนั้น สภาเภสัชกรรมจึงได้พิจารณาปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีการสอบปีละ 2 ครั้ง คือเดือนตุลาคม และมีนาคม เพื่อให้ผู้ที่สอบไม่ผ่านได้มีเวลาเตรียมตัวสอบมากขึ้น ผลปรากฏว่าเปอร์เซนต์ผู้ที่สอบผ่านเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น และที่สำคัญถ้าสอบ 3 ครั้ง ก็คือต้องสอบในเดือนกรกฏาคม ซึ่งตรงกับช่วงเปิดเทอม รุ่นน้องของพวกคุณต้องเรียนหนังสือ และอาจารย์ต้องเตรียมการสอน การที่จะให้อาจารย์มาคุมสถานีการสอบของพวกคุณและหยุดสอนนิสิตนักศึกษารุ่นน้องของพวกคุณ ซึ่งจะเป็นการผลักภาระให้แก่อาจารย์ของแต่ละมหาวิทยาลัยแล้ว ยังเป็นการสร้างความลำบากให้กับรุ่นน้องของพวกคุณด้วย
ดังนั้น สภาจึงพิจารณาจัดสอบเพียงแค่ 2 ครั้ง คือเืดือนตุลาคม และมีนาคมเท่านั้น ซึ่งต่อไป ทางสภาอาจจะพิจารณาจัดสอบเพียงปีละครั้งเท่านั้น คือเดือนมีนาคม เพื่อให้พวกคุณได้มีเวลาเตรียมตัวสอบมากขึ้น จะได้ไม่ต้องมาเรียกร้องต่างๆอีกมากมาย
และเนื่องจากปีนี้ เป็นช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ดังนั้น สภาจึงไม่อยากสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้พวกคุณมากนัก ดังนั้น จงตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบให้ดี เพื่อที่จะได้พร้อมมาสอบในเดือนตุลาคมและจะได้ใบประกอบอย่างที่คุณหวังไว้
ด้วยความหวังดี จาก ตัวแทนสมาชิกสภาเภสัชกรรม
ปล. หวังว่าทุกคนที่ไม่ผ่านครั้งนี้ จะมีพลังกายพลังใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งในการสอบเดือนตุลาคม และขอให้คุณสู้อย่างเต็มกำลังความสามารถของคุณ ใบประกอบก็จะเป็นของคุณเอง รางวัลจะเป็นของคนช่างฝันที่คิดจะทำอย่างสุดความสามารถเสมอ ถ้าคุณมีความฝันแต่ไม่คิดที่จะทำอย่างสุดความสามารถรางวัลก้อไม่มาหาคุณหรอก ยังไงก็ขอเป็นกำลังให้กับ ผองเพื่อนน้องพี่เภสัชกรลุกขึ้นสู้ต่อไป เพื่อรางวัลชัยชนะอันยิ่งใหญ่
Augmentin
 
โพสต์: 11
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 17:01

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย Augmentin » 26 เม.ย. 2009, 01:52

ขอให้เพื่อนผองน้องพี่เภสัชกร พยายามสู้นะครับ เพื่อที่จะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมของเราให้ก้าวหน้าต่อไปครับ
Augmentin
 
โพสต์: 11
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 17:01

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย sanji » 26 เม.ย. 2009, 03:59

เดิมสอบใบประกอบวิชาชีพจัดปีละ 3 ครั้ง คือมีนาคม กรกฎาคม และตุลาคมครับ
ตั้งแต่ปี 2551 เหลือปีละ 2 รอบ (เนื่องจากเดือนกรกฎาคมติดสอบกลางภาคของทางมหาวิทยาลัย จัดสถานที่ได้ลำบาก เลยงดไปครับ)
คือเดือนมีนาคม (รอบเด็กจบใหม่) และเดือนตุลาคม (สำหรับคนจบไม่ทันและเก็บตกครับ)
ค่าสอบ
MCQ ครั้งละ 1000 บาท
OSPE ครั้งละ 2000 บาท
เกณฑ์ผ่าน
MCQ 60% ภาคความรู้
OSPE 80% ภาคทักษะ
คะแนนเก็บได้ 3 ปีครับ

อ้างอิงครับ http://asdf.dek-d.com/board/view.php?id=1074062
ภาพประจำตัวสมาชิก
sanji
 
โพสต์: 23
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 21:07

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย Se7olution » 26 เม.ย. 2009, 11:03

ขอบคุณสมาชิกสภา ที่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จ จริง จะได้ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริง เพื่อนๆ ที่ไม่ผ่านสู้ๆ นะครับ
Se7olution
 
โพสต์: 54
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 01:20

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย X_benedict » 26 เม.ย. 2009, 18:03

ตอนนนี้ตกงานอยู่ค่ะ
เหลือ OSPE อีก 2 คะแนน เตรียมตัวมาเหมือนกันค่ะ
แต่ตื่นเต้น ที่ควรได้กลับไม่ได้ :sad:
ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะได้ทำงาน ตอนนี้ก็เป็นภาระพ่อ แม่ต่อไป :cry:
X_benedict
 
โพสต์: 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 23:14

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย orange » 27 เม.ย. 2009, 15:31

ถึงคุณ Augmentin

อย่าลดเหลือปีละ 1 ครั้งเลยค่ะ จัดสอบปีละ 2 ครั้งเหมือนเดิมเถอะค่ะ

เห็นใจคนที่ไม่ผ่านซึ่งบางคนเค้าตั้งใจเรียนมาตลอดและเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ต้องพลาดเพราะความตื่นเต้นและเวลาที่จำกัดเพียง 3 นาที

บางคนได้ 78-79 % พลาดไปนิดเดียวเพราะมือสั่น คิดไม่ออกทั้งๆที่ก่อนสอบก้อเคยหัดทำข้อสอบเก่ามาหมดแล้ว

เช่น ข้อคำนวณหาจำนวนเม็ดยา ซึ่งเป็นการคำนวณง่ายๆ เทียบบัญญัติไตรยางค์ธรรมดา ทุกคนเคยเรียนมาและเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว แต่บางคนทำผิดเพราะตื่นเต้น และยิ่งได้ทำเป็นฐานแรกก้อยิ่งตื่นเต้นหนัก

ทั้งที่จริงแล้วถ้าไม่ได้อยู่ในห้องสอบ ทุกคนทำได้ เพราะฉะนั้น

ขอร้อง อย่าหาว่าคนที่ไม่ผ่าน นั้น ไม่อ่านหนังสือและไม่เตรียมตัวมาให้ดี

หากคนที่เค้าได้ 79% มาเห็นข้อความของคุณ เค้าอาจจะเสียใจและเจ็บปวดใจ เพราะเค้าอาจจะตั้งใจเรียนมาตลอด แต่มาพลาดไปแค่ไม่กี่คะแนนก้อเป็นได้

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ผ่าน แต่เห็นเพื่อนบางคนไม่ผ่านก้อเห็นใจ ยิ่งคนได้ 78-79% และบางคนคะแนนผ่านแต่ฝนรหัสผิดยิ่งน่าเจ็บปวดใจ ตอนนี้พวกเขาต้องหางานที่ไม่รับใบประกอบ ซึ่งหายากมาก

ทั้งๆที่เรียนจบมาแล้วได้เกรดเฉลี่ย 3.7-3.8 ตั้งใจเรียนมาตลอด ผ่านการฝึกงานมาก้อเยอะ อ่านหนังสือเตรียมสอบมาก้อนาน แต่ก้อยังไม่ได้เป็นเภสัชกรเต็มตัวเพราะติดที่สอบไม่ผ่าน

ก้อเข้าใจว่ากฎก้อคือกฎ ไม่ผ่านก้อคือไม่ผ่าน ไม่ได้โวยวายขอร้องให้เพิ่มคะแนนให้ แต่อยากให้นึกถึงใจเขา ใจเราบ้าง อย่าดูถูกเขาว่าไม่อ่านหนังสือหรือทำไม่ดีเอง เพราะมันไม่จริงเสมอไป

และไม่อยากให้มองว่าคนที่ไม่ผ่าน คือ คนโง่หรือไม่เก่ง แต่คนที่ผ่าน เก่ง เพราะการสอบแค่ 3 วันมันไม่ได้บ่งบอกถึงสิ่งที่เรียนมาตลอด 5-6 ปีทั้งหมด

ดิฉันได้เกรดแค่ 2.5 แต่สอบผ่าน ดิฉันก้อไม่คิดว่าตัวเองเก่งหรือเตรียมตัวมาดีอะไรมากมาย เพราะมันขึ้นอยู่กับ ดวง ด้วยค่ะ

เมื่อมาทำงาน ดิฉันก้อบอกได้เลยว่า ส่วนใหญ่มันไม่มีในข้อสอบเลยค่ะ ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย เพื่อนบางคนสอบใบประกอบไม่ผ่าน แต่ทำงานได้ดีกว่าดิฉันก้อมีมาก
อยากให้เห็นใจ อย่าว่ากันเลย ทุกๆ ปีมีคนผ่านแค่ประมาณ 50% เท่านั้น อีกครึ่งหนึ่งจะทำอย่างไรก็ไม่ทราบ โรงพยาบาลบางแห่งก็ใจดี มีเมตตากับรุ่นน้องร่วมวิชาชีพ ก็ให้ทำงานไปก่อน รอสอบรอบหน้า แต่ก็มีน้อย ส่วนใหญ่ก็ต้องรอสอบให้ผ่านหรือทำร้านยาไปก่อน

สุดท้ายก็ขอขอบคุณที่ยังมีคำปลอบใจดีๆ ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้างอยากให้วิชาชีพเรารักกัน สนับสนุนกัน
orange
 
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 22:45

Re: ขอสภาได้โปรดเห็นใจ

โพสต์โดย Augmentin » 27 เม.ย. 2009, 23:56

ครับขอบคุณ orange และขออภัยด้วยครับ ที่บางสิ่งบางอย่างผมอาจจะพูดรุนแรงเกินไปครับ
จริงอย่างที่คุณว่าแหละครับ เวลาเข้าห้องสอบผมเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน อย่างฐานที่ต้องใช้โกร่งบดยา และใช้ Cylinder ปรับปริมาตร ผมเองก็ตื่นเต้นครับ น้ำหกจาก Cylinder เหมือนกัน ทั้งๆที่เตรียมตัวซ้อมมาอย่างดีเหมือนกันครับ ดังนั้นผมอยกให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ตั้งสติให้ดีครับ ตอนสอบพยายามมีสมาธิ อย่าสนใจแรงกดดันต่างๆครับ เราต้องเชื่อมั่นตัวเองว่าเราต้องทำให้ดีที่สุด และอย่าไปสนใจในสิ่งที่ผ่านไปแล้วครับ เพราะว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วคุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว แต่คุณต้องทำสิ่งที่อยู่ข้างหน้าให้ดีที่สุด เพราะตอนที่ผมสอบผมเองเข้าไปเจอฐานเปิดหนังสือเป็นฐานแรกและผมก็ทำไม่ได้มากครับ แต่ผมจะไม่สนใจฐานที่ผ่านไปแล้วครับ ดังนั้นเมื่อผมไปฐานต่อไป ผมจะไม่หันกลับไปมองฐานที่เปิดหนังสือเด็ดขาด แต่ผมจะทำคะแนนฐานที่อยู่ข้างหน้าให้ดีที่สุด เพราะบางครั้งการที่เรามองย้อนกลับไปสิ่งที่ผ่านมาแล้วอาจทำให้เราท้อแท้ได้ ดังนั้น ผมเองก็ขอให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ อย่าเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วครับ แต่เราจะทำสิ่งที่อยู่ข้างหน้าให้ดีที่สุดครับ
และอย่างที่คุณ orange กล่าวไว้ครับ ค่าของคน(เภสัชกร)อยู่ที่ผลของงานครับ ไม่ใช่ใบประกอบ เพราะใบประกอบเป็นเพียงแค่ใบรับประกันว่า สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลขงการทำงานอาจจะต่างกันก็ได้ เพราะว่าที่ทำงานของเพื่อนผมก็มีเภสัช สาขาบริบาลทางเภสัชกรรมที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ สอบไม่ได้ใบประกอบเหมือนกันครับ แต่ว่าการทำงานของเขากลับมีประสิทธิภาพ จนเพื่อนๆร่วมงานยอมรับในความรู้ของเขาทั้งๆที่คนอื่นได้ใบประกอบแต่ประสิทธิภาพการทำงานกลับไม่ได้ผล นอกจากนั้นผมอยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเภสัชกรทั้งหลายที่ได้ใบประกอบแล้ว อย่าคิดว่าการที่คุณสอบได้ใบประกอบแล้วคือที่สุดของชีวิต คือที่สุดของวิชาชีพ หรือคิดว่ากรูเก่งแล้ว เพราะจากนี้ไปอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า ความรู้ที่คุณมีอยู่อาจจะล้าหลังก็ได้ ทุกวันนี้ ผมบอกได้เลยว่าถึงผมสอบได้ใบประกอบแล้ว ผมเองก็ยังพยายามอ่านหนังสือ อ่าน paper เพื่อพัฒนาความรู้ใหม่อยู่เสมอ บางครั้งผมก็หยิบหนังสือ Pharmacotherapy handbook มานั่งอ่านอยู่เสมอ ดังนั้น ผมอยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ได้ใบประกอบวิชาชีพแล้วก็อย่าลืมพัฒนาความรู้อยู่เสมอนะครับ ส่วนที่ยังไม่ได้ใบประกอบก็อย่าท้อแท้หรือท้อถอยนะครับ ผมเองเชื่อมี่นในความสามารถของพี่ๆน้องๆเภสัชกรทุกคน ว่าพวกคุณทำได้ครับ ขอให้พยายามและอดทน
สุดท้ายนี้ ผมขออวยพรให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ยังไม่ได้ใบประกอบขอให้สุ้ๆอย่างสุดความสามารถนะครับ ผมเชื่อว่าพวกคุณทำได้ และมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรม้วยกันครับ และส่วนผมเองก็อยากเห็นวิชาชีพเภสัชกรรมเรารักกัน สามัคคี และสนับสนุนกันเช่นกันครับ ผมเองยอมรับว่าตอนช่วงฝึกงานโรงพยาบาล(ผมไม่ขอเอ่ยชื่อโรงพยาบาลนะครับ)ผมเห็นเภสัชกรมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวกเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มพรรคพวกอย่างชัดเจน ซึ่งผมเองก็วึมซับสภาพความรู้สึกในขระนั้นที่ผมฝึกงานมาและผมก็ไม่อยากนึกถึงภาพความรู้สึกแบบนั้นอีก ผมเองก็เสียใจที่เห็นสภาพเพื่อนร่วมวิชาชีพเป็นแบบนี้ ผมเองก็ได้แต่หวังว่าอยากให้เพื่อนร่วมวิชาชีพรุ่นใหม่ๆที่จะจบมาและกำลังได้ใบประกอบทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง เป็นต้นแบบในการสร้างความสามัคคีกัน แะทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้ป่วยที่จะมารับบริการจากคุณเป็นหลักนะครับ
และสุดท้ายจริงๆ สำหรับเรื่องจรรยาบรรณครับ โดยเฉพาะเรื่องการแขวนป้าย ซึ่งทุกคนรู้ว่าผิดจรรยาบรรณแต่ก็ยังมีทุกคนฝ่าฝืนทำกันทุกปี ดังนั้น ผมอยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนรู้ไว้ครับว่า ใบประกอบวิชาชีพที่พวกคุณอยากได้ ถ้าพวกคุณได้มาแล้วก็ขอให้เก็บรักษาให้ดี เพราะว่าคุณได้มาด้วยความยากลำบาก ผมจึงอยากจะฝากฝังเพื่อนๆพี่ๆน้องๆรุ่นใหม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประกาศเจตนารมย์ไม่แขวนป้ายครับ เพราะที่ผ่านมาสภาเภสัชกรรมเองก็ปล่อยปละละเลย ไม่เคยเข้มงวดมาก และนอกจากนั้นทางสภาเองก็มีคณะกรรมการที่ออกสุ่มตรวจร้านยาที่ลักลอบแขวนป้าย มีอยู่แค่ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งเมื่อเทียบกับร้านยาทั้งประเทศแล้ว หรือเอาแค่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความลำบากล่าช้า แต่ตอนนี้ได้มีการประกาศใช้กฏหมายฉบับใหม่แล้ว คือ พรบ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 ดังนั้น ผมเองก็ขอแรงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน หากพบเห็นการกระทำผิดแจ้งเลยครับ เพื่อให้วิชาชีพเภสัชกรรมได้พัฒนาต่อไปครับ
Augmentin
 
โพสต์: 11
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2009, 17:01


ย้อนกลับไปยัง สายตรงถึงสภาเภสัชกรรม

ผู้ใช้งานขณะนี้

cron
New Document